อยากออกไปล่าแสงเหนือที่นอร์เวย์สักครั้งต้องทำยังไง!?
คำถามนี้เคยผุดขึ้นมาในหัวผมก่อนที่จะพาตัวเองไปยืนอยู่กลางอากาศติดลบ ยืนถ่ายภาพแสงเหนือจนนิ้วแข็ง

ด้วยความที่เมื่อก่อน นอร์เวย์ยังไม่ใช่สถานที่ดูแสงเหนือยอดฮิตอะไรมากสำหรับคนไทย
ทำให้ข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง สถานที่จุดถ่ายภาพ ไม่ค่อยมีแหล่งข้อมูลภาษาไทยมากนัก
แต่หลังจากม่วนอยู่กับการหาข้อมูลมาพักใหญ่ๆ จนต้นปี 2016 ผมก็ได้ภาพแสงเหนือภาพแรกที่ประเทศนอร์เวย์มานอนกอด

Hammarskaftet, Lofoten

 

เอาล่ะ… เกริ่นมาซักเล็กน้อย เรามาเข้าเรื่องของเราดีกว่า

วิชาการล่าแสงเหนือที่นอร์เวย์ 101 อยากล่าแสงเหนือต้องทำยังไง!?

อยากแรกคงหนีไม่พ้นหัวข้อ เงิน เงิน เงิน และก็ เงิน

 

แสงเหนือนอร์เวย์ราคาเท่าไหร่

คำตอบดูเหมือนจะง่าย แต่ก็ยากในเวลาเดียวกัน เหมือนกับเราถามเพื่อนว่า ไปเชียงใหม่ใช้งบเท่าไหร่ ราคาตอบได้ตั้งแต่หลักร้อย ยันหลักหมื่น
ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นคนแบบไหน ใช้จ่ายเงินอย่างไร กินอยู่อย่างไร เพราะฉะนั้นผมก่ะคร่าวๆกับนอร์เวย์ละกัน สำหรับทริปดูแสงเหนือสิบวัน ราคาเริ่มต้นรวมตั๋วเครื่องบินแล้ว อยู่ที่ประมาณ 50,000 บาทเท่านั้น

พิมมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะเริ่มด่าละ อะไรมันจะถูกขนาดนั้น!? ก็แหงล่ะ เราไม่ได้ไปคนเดียวนี่นา เพื่อนมี ก็ช่วยกันหารสิ เดี๋ยวเราลองมาคำนวณคร่าวๆสำหรับทริป 4 คน 10 วันละกัน

เริ่มกันที่ตั๋วเครื่องบินกันก่อน…

ตั๋วเครื่องบิน(20,000 + 7,000 บาท)
ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ – นอร์เวย์ สามารถซื้อได้ตั้งแต่ราคา 10,000 ถึง 30,000 บาท มีหลายสายการบินให้เลือก แถมเดี๋ยวนี้ มีสายการบินlow cost ที่บินตรงด้วยซึ่งนั่นก็คือ Norwegian Airline ซึ่งเวลาจัดโปรออกมาที กระเป๋าสตางค์สั่นกันเป็นแถว ติ๊ต่างว่าเราได้ตั๋ว BKK-OSL ในราคา 20,000 บาท ละกันนะครับ ทีนี้แค่ออสโล มันยังไม่เหนือพอที่จะเห็นแสงเหนือ เราก็ต้องต่อสายการบินในประเทศอีกต่อหนึ่ง ซึ่งราคาไปกลับอยู่ที่ราวๆไม่เกิน 7,000 บาทเท่านั้น

สรุป เราได้ตั๋วเครื่องบินที่ราคาประมาณคร่าวๆ 27,000 บาท

ค่าเช่ารถ

ค่าเช่ารถที่ยุโรป เป็นอะไรที่ราคาไม่ค่อยแพง คือราคาพอๆกับบ้านเราเลยครับ รถ4ที่นั่งทั่วไปก็ราคาวันละประมาณ พันต้นๆ แต่ที่จะแพงคือค่าน้ำมันเนี่ยแหละ
สำหรับที่นอร์เวย์ เราสามารถเช่าจาก rentalcars.com ได้เลย ถ้าเป็น lofoten แนะนำ http://www.rentacar-lofoten.com/en/ อีกหนึ่งเว็บครับ

สรุปค่าเช่ารถ 10 วัน ก็ประมาณวันละ 1500 บาท สิบวัน 15,000 บาท รวมประกันก็ประมาณ 20,000 บาท
ค่าน้ำมันล่ะ!? ที่นอร์เวย์ น้ำมันลิตรละประมาณ 14 NOK ตกราวๆ 55 บาท ผมขับสิบวัน Lofoten , Senja , Tromso หมดเงินไปประมาณ 6000 บาทเท่านั้น

สรุปค่าเช่ารถ+น้ำมัน คนละ 6,500 บาท

ที่อยู่!? 

แนะนำ airbnb โล่ด ราคาหลากหลายมาก อันนี้สรุปให้เลย หารกันตกราวๆคืนละ 1 พันบาทต่อคน
สิบวันก็ 10,000 บาท หาดีๆมีราคาถูกกว่านี้อีกมาก ประหยัดไปได้อีกเยอะเลย

ค่าอาหาร

จริงๆแล้วคนนอร์เวย์ไม่ค่อยนิยมรับประทานอาหารนอกบ้านกัน เพราะเค้าเองก็รู้สึกว่ามันแพงมาก! จานนึงราคาเกือบพันบาท ถ้าไม่ใช่โอกาสพิเศษจริงๆ พวกเค้าก็มักจะกินอาหารกันที่บ้าน

เพราะฉะนั้นแล้ว ใครอยากประหยัด ก็มักจะทำเองกินที่บ้าน ที่พักที่เราจองจาก airbnb มักจะมีครัวมาให้อยู่แล้ว (แต่ก็ต้องเช็คดีๆด้วยนะ) การทำอาหารกินเองในทริปนอร์เวย์ จึงเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับแบ็คแพ็คเกอร์อย่างเราๆ

ในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่นอร์เวย์ มีของหลากหลายมาก และราคาไม่ค่อยแพง เงินเพียงแค่ 8000 บาท สามารถซื้อเสบียงสิบวันสำหรับผู้ชาย5คนได้

เพราะฉะนั้นในหัวข้อนี้ผมก่ะคร่าวๆไว้ที่ 6,000 บาท สำหรับสิบวันต่อ4คน ตกคนละ 1,500 บาทเท่านั้น! ถูกเกิ๊นน เอาที่เหลือไปเปย์อย่างอื่นละกัน!

***อย่าลืมเอาหม้อหุงข้าวไปด้วยล่ะ ส่วนข้าวสารที่นู่นมีขาย ไม่ต้องห่วงจ้า

คำนวณคร่าวๆ จากที่กล่าวมา ตอนนี้งบอยู่ที่ 45,000 บาทเท่านั้น งบยังเหลืออีก 5,000 แหน่ะ 

 

อยากเห็นแสงเหนือต้องไปที่ไหนในนอร์เวย์?

แสงเหนือ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องขึ้นไปทางเหนือ สถานที่ยอดฮิตในตอนนี้คงหนีไม่พ้น Tromso , Senja , และหมู่เกาะ Lofoten

Tromso

Tromso มีจุดให้ชมแสงเหนืออยู่มากมาย เอาจริงๆถ้าเราไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนใน Tromso ลองเปิด google map แล้วหาที่ที่ออกจากเมืองมาเล็กน้อยแล้วลองขับรถไปดู
Storsteinen , Tromso , Norway (Kp3)

หรือถ้าหาก kp มากพอ แสงเหนือก็มาปรากฏตัวพาดผ่านตัวเมืองกันซะดื้อๆ ให้เราต้องยืนตะลึงในความสวยงามเลยทีเดียว

การเดินทาง จากออสโล นั่งเครื่องบินภายในประเทศมาลงที่ Tromso Airport ได้เลยครับ

Senja

อยู่ล่างถัดมาจากTromso นิดหน่อย เป็นอีกที่ที่ผมแนะนำ คนไทยอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักที่นี่ แต่ของบอกเลยว่าภูเขาที่นี่สวยมาก ปีนง่าย เหมาะแก่การเดินขึ้นไปถ่ายแสงเหนือสวยๆเป็นที่สุด
Segla Mountain , Senja , Norway

Fjordgard, Senja , Norway

การเดินทาง จากสนามบิน Tromso ขับมาประมาณ 2 ชั่วโมง

Lofoten 

สุดยอดสถานที่ยอดฮิตติดลมบนในขณะนี้ ด้วยวิวที่เป็นหมู่บ้านชาวประมงสีแดง ตัดกับภูเขาน้อยใหญ่คลุมด้วยหิมะสีขาว ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่สวยสุดๆแหละเหมาะกับการเป็นฉากถ่ายคู่กับแสงเหนือมากๆ

หมู่บ้าน Reine , Lofoten , Norway

Sakisoy , Lofoten , Norway

การเดินทาง สามารถนั่งเครื่องบินภายในประเทศจากออสโล มาลงที่สนามบิน Leknes ได้ครับ

การเช็คสภาพอากาศที่นอร์เวย์

สภาพอากาศทั้งสามที่ที่กล่าวมาค่อนข้างแปรปรวน การเช็คพยากรณ์อากาศจึงสำคัญมาก และทำให้เราวางแผนการถ่ายภาพของเราได้ง่ายขึ้น
เว็บไซท์ที่ผมชอบใช้ดูพยากรณ์อากาศก็คือ
yr.no ด้านขวามือจะมีแผนที่ ซึ่งเราสามารถเข้าไปดูแผนที่เมฆ พายุ ความเร็วลมได้ ทางด้านบนจะมี slider เอาไว้สำหรับเลื่อนเวลาไปด้านหน้า เพื่อพยากรณ์ในอนาคต เว็บนี้จะแม่นราวๆ 6 ชั่วโมงข้างหน้า เพราะฉะนั้นเช็คล่วงหน้าซัก 5-6 ชั่วโมงกำลังดีครับ

http://www.aurora-service.eu เว็บไซท์พยากรณ์แสงเหนือของทางยุโรป พยากรณ์ค่อนข้างแม่น และมี application ให้ดาวน์โหลดไว้ติดมือถือด้วย

 

ถ่ายภาพแสงเหนือ ใช้กล้องอะไรถ่ายดี!?

คำถามที่มีคำตอบได้ล้านแปดอย่าง ฮาาา อย่างแรก เราต้องทราบก่อนว่า แสงเหนือเนี่ย เวลาเราถ่าย มักจะถ่ายมากว้างๆ และถ่ายวิวหรือคนมาด้วย
เพราะฉะนั้น อย่างแรกนี่ผมแนะนำไม่ใช่กล้อง แต่เป็นเลนส์มุมกว้าง ระยะตั้งแต่ 12mm ถึง 24 mm แล้วแต่ค่ายกล้องมีให้เลือกสรร
แล้วกล้องล่ะ เอาจริงๆกล้องอะไรก็ได้ครับ ตามแต่ถนัดและสะดวก DSLR , Mirrorless หรือ Compact ก็ได้ และที่สำคัญควรมี “ขาตั้งกล้อง” 

เอาจริงๆ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีการถ่ายภาพมันเจริญก้าวหน้าไปมาก มือถือยังถ่ายได้เลยครับ เพราะฉะนั้นเรื่องอุปกรณ์การถ่ายภาพ อยู่คุณภาพของภาพที่เราต้องการละล่ะ ว่าต้องการดีแค่ไหน

 

ตั้งค่ากล้องยังไงดี 

ใครอยากจำแล้วเอาไปถ่ายเลย จดตรงนี้ไปได้เลย
ปรับไปที่ Mode M ตั้งการโฟกัสให้เป็นแบบ Manual focus และตั้งบนขาตั้งกล้อง
ISO 1250 – 3200 , f (รูรับแสง) ปรับให้ต่ำที่สุดที่เลนส์คุณจะทำได้ , speed shutter ปรับได้ตั้งแต่ 4 วินาที ถึง ประมาณ 10 วินาที

ใครอยากนำไปใช้งานแบบมีความรู้ แนะนำอ่านต่อครับ อิๆๆ

ประการแรก ปรับกล้องของเพื่อนๆให้เป็นโหมด M ก่อนเลย เพื่อที่เราจะได้ปรับค่ากล้องได้มากขึ้น
ต่อมาก็ รูรับแสง(f) ปรับให้ต่ำที่สุดเท่าที่เลนส์ของเราจะทำได้ อันนี้ยิ่งเลนส์มีรูรับแสงกว้างๆ(f ต่ำๆ) ยิ่งดีครับ แสงยิ่งเข้าเซนเซอร์กล้องได้มากขึ้น เราจะได้ไม่ต้องไปดัน ISO ให้สูง

ISO การถ่ายภาพกลางคืน การเพิ่ม ISO คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ผมมักจะใช้ ISO ในช่วง 1250-3200 แล้วแต่สถานการณ์ครับ เพื่อนๆลองไปปรับกันดู

สปีดชัตเตอร์ ซักประมาณ 4 วินาที ถึง 10 วินาที ปกติสปีดชัตเตอร์ ยิ่งเปิดนาน แสงยิ่งเข้ามากขึ้น แต่การถ่ายแสงเหนือ ถ้านานไป อาจจะทำให้แสงเหนือเป็นปื้นๆ เอาได้ ดูไม่เป็นริ้วเป็นเส้นครับ

การตั้งโฟกัส เวลาเพื่อนถ่ายแสงเหนือเนี่ย มันจะมืดใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้นส่วนมากเราจะให้ Auto focus ไม่ได้ เพราะมันมืดเกินไป กล้องจะหาโฟกัสไม่เจอ
ที่แนะนำคือให้เราลองหาแสงไฟไกลๆ แล้วให้โฟกัสไฟอันนั้นด้วย auto focus ธรรมดาๆเนี่ยแหละ เมื่อกล้องโฟกัสได้แล้ว ให้เราเปลี่ยนการตั้งค่าเป็น Manual Focus แล้วพยายามอยากไปโดนตรงวงแหวนโฟกัสของเลนส์นะครับ

อย่าลืมปิดกันสั่นของเลนส์ด้วยนะครับ

ถ่ายแสงเหนือหนาวมั้ย แต่งตัวยังไง ใส่เสื้ออะไรบ้าง

หนาวครับ! หนาวมาก เพราะฉะนั้นการใส่เสื้อผ้าให้อุ่นจึงสำคัญมาก ควรใส่ให้ครบทั้งสาม Layer นั่นก็คือ Base Layer, Mid-Layer , Outer Layer

 

เดือนไหนดีที่สุดสำหรับการดูแสงเหนือที่นอร์เวย์

จากประสบการณ์ผมคิดว่ามีอยู่สองช่วงคือ
1. ปลายตุลาคมต้นพฤศจิกายน กำลังเข้าสู่ฤดูหนาว เวลากลางวันและกลางคืนพอๆกัน บางปีหิมะเริ่มต้นที่ช่วงนี้ ทำให้วิวโดยรวมจะค่อยมีหิมะ หรือไม่มีหิมะเลย จะเจอหญ้าแห้งๆสีเหลืองๆส้ม และภูเขาสีน้ำตาล ดำๆ เส้นทางเดินขึ้นเขายังง่ายอยู่ ไม่มีหิมะคลุม

Reinebringen, Lofoten , Norway (Late October 2017)

2. เดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคม โกลเด้นไทม์ของการล่าแสงเหนือที่นี่ ระยะเวลากลางวันและกลางคืนพอๆกัน วิวที่เราเห็นจะเป็นหิมะขาวโพลนคลุมไปทั้งเขา ตัดกับบ้านสีแดงๆ เส้นทางขึ้นเขาเดินลำบากมากขึ้น หลายเส้นทางถูกหิมะถมจนมองไม่เห็น อากาศหนาวมาก แต่ก็สวยมากเช่นกัน

พร้อมจะไปล่าแสงเหนือกันรึยังครับ? ผมว่าบทความนี้ คงพอทำให้เพื่อนๆเห็นภาพมากขึ้นว่าจะต้องเริ่มอะไรยังไงบ้าง

หวังว่าจะพอมีประโยชน์กับทุกๆคนนะครับ หากเพื่อนๆสงสัยตรงไหน หรืออยากให้เพิ่มให้หัวข้อไหน ทักทายมาที่เพจ uscaper ได้เลย ผมยินดีที่จะมาเขียนเพิ่มเติมให้ครับ